ลดน้ำหนักด้วยการล้างสารพิษ!
สาวๆคนไหนกำลังหาวิธีการลดน้ำหนักอยู่สูตรนี้ก็โอเคน่ะ เพราะเป็นการเอาธรรมชาติบำบัดเข้าช่วยและได้ผล ด้วยวิธี ลดน้ำหนักด้วยการล้างสารพิษ วิธีง่ายไที่ไม่ว่าคนที่งานยุ่งไม่มีเวลาก็สามารถทำวิธีนี้ได้ ง่ายแค่ทำตอนตื่นนอนหรือตอนท้องว่าง เรานำเสนอสูตรล้างพิษง่าย ที่ทำเพียงอาทิตย์ละ 1 ครั้ง โดยเริ่มตั้งแต่เช้ารับประทานแต่ผลไม้เพียง 1อย่าง เช่นมะละกอ แอปเปิ้ล แคนตาลูป สาลี่ หรือแตงโม และดื่มน้ำเปล่า หรือน้ำสมุนไพรไม่ใส่น้ำตาล
|
วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558
เมนูเครื่องดืม!!! ที่กินแล้วพุงยุบ
เมนูเครื่องดืม!!! ที่กินแล้วพุงยุบ |
สาวๆคนไหนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาลดน้ำหนักอยู่ และต้องการลดน้ำหนักเราควรดื่มเครื่องดื่มอะไรดี หลายๆ คนก็คงจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า น้ำเปล่าสิ ใช่เลยค่ะการดื่มน้ำเปล่านั้นดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยเลย แต่แหม ถ้าต้องดื่มแต่น้ำเปล่าอย่างเดียว ชีวิตคงจะไร้รสชาติไปเลยว่าไหมล่ะค่ะ งั้นเราลองมาดูว่ากันเลยดีกว่าค่ะว่า เราจะดื่มอะไรได้บ้างในเวลาที่สาวๆกำลังลดน้ำหนักอยู่ดื่มได้บ่อย ๆ
ชา
นอกจากน้ำเปล่าแล้ว ชานี้ถือว่าเป็นเครื่องดื่มที่น่าดื่มที่สุด เพื่อว่ามีรสชาติ และมีประโยชน์สารพัด เพราะเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และ ที่สำคัญดื่มแล้ว ไม่อ้วนนะ แต่ ต้องไม่แอบใส่น้ำตาลผสมลงไปนะ
กาแฟ
เป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ไม่ต่างจากชา และ ช่วยให้กระปรี่กระเปร่าอีกต่างหาก นอกจากนี้ แคลอรี่ก็ต่ำมาก (สำหรับกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล) แต่ทุกวันนี้คงไม่ค่อยนิยมทานกาแฟดำกันแล้ว และ กาแฟเย็นอร่อยชื่นใจนี่ก็ตัวการของความอ้วนเลยทีเดียวต้องระวังกันด้วยนะคะ
ดื่มได้แต่อย่าให้มากนัก
นม
นม เต็มไปด้วยโปรตีนที่ใช้ในการสร้าง และ ซ่อมแซมส่วนต่างของร่างกายอย่างที่รู้กันนะคะ แต่พบว่าคนที่ดื่มนมมากเกินไปทำให้มีห่วงยางรอบเอวได้เลยทีเดียว เพราะงั้นสักวันละ 1-2 แก้วก็น่าจะพอนะ
เหล้า - เบียร์
การดื่มแอลกอฮอลล์ ปริมาณน้อย ๆ ช่วยให้ลดความเสี่ยงเรื่องโรคหัวใจได้ แต่รับประทานมากไปจะทำให้เสี่ยงต่อชีวิต และ หน้าที่การงานได้นะคะ เดี๋ยวจะหาว่า Onnyไม่เตือนนะคะนอกจากนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อล่ะคะว่า แอลกอฮอลล์ มีผลให้ร่างกายไม่เผาผลาญไขมันในร่างกายนะ
น้ำผลไม้
ตั้งแตยกตัวอย่างมา ดูอันนี้น่าดื่มที่สุด ครับ แน่่นอนว่าวิตามินในน้ำผลไม้นั้นมีประโยชน์ แต่ที่ควรระวังคือ น้ำตาลที่ผสมอยู่ค่ะ บางครั้งเราได้วิตามิน 5 % แต่รับน้ำตาลไป 30-40% เลยทีเดียวนะคะ ถ้าจะดื่มควรหันมาดื่มน้ำผลไม้ั 100% และเป็นผลไม้ที่ไม่มีรสหวานนะคะ
วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2558
รู้มั๊ยว่า!! น้ำมันพืชแต่ละอย่าง มีประโยชน์
รู้มั๊ยว่า!! น้ำมันพืชแต่ละอย่าง มีประโยชน์
น้ำมันที่ทุกครัวเรือนนิยมใช้เพราะสะดวกในการซื้อหา คือน้ำมันพืชเพราะหาซื้อง่ายสะดวกด้วย แต่ใครจะไปรู้ว่าน้ำมันที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน มีประโยชน์อย่างไรบ้าง
วันนี้ จึงขอเล่าให้ฟังถึงประโยชน์ของน้ำมันพืชแต่ละชนิด เพื่อเป็นทางเลือกในการตัดสินใจเลือกซื้อน้ำมันขวดต่อไป ให้เหมาะสมและให้ได้รับประโยชน์ที่ได้ให้ตรงกับความต้องการและมีประโยชน์ต่อร่างกายของคนที่รับประทาน เพราะ ฉนั้นเรามาทำความรู้จักน้ำมันแต่ละชนิดกันเลย
น้ำมันรำข้าว : ช่วยลดความเครียดและอัตราการเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ
น้ำมันถั่วเหลือง : มีความสำคัญต่อเซลล์สมองและเซลล์ประสาทควบคุมระดับฮอร์โมนในเพศหญิง
น้ำมันดอกคำฝอย : ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน และมีคุณสมบัติในการป้องกันมะเร็ง
น้ำมันมะกอก : ช่วยให้ระบบการทำงาน ในร่างกายดีขึ้น ทำให้ดูดซึมแร่ธาตุ และแคลเซียมได้ดียิ่งขึ้น
น้ำมันข้าวโพด : ช่วยลดอัตราการเกิดโรคหัวใจโคโรนารี
วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2558
วิธีการหุง "ข้าวกล้อง" ให้อร่อย
วิธีการหุง "ข้าวกล้อง" ให้อร่อย |
มาเอาใจสาวๆ ยุคนี้กันหน่อยกับคนที่รักสุขภาพหรือกินคลีนอยู่มาฟังทางนี้ค่ะ กับวิธีหุงข้าวกล้องให้อร่อยน่ารับประทาน เราต่างรู้กันดีว่าข้าวกล้องมีประโยชน์และข้าวกล้องเป็นข้าวที่ไม่ได้ขัดสีเพราะ ฉนั้น ข้าวกล้องจะมีความแข็งทำให้ทานไม่อร่อย คนที่ไม่เคยทานจะลำบากเพราะความแข็งของข้าวกล้อง วันนี้เราจึงมาเอาใจสาวๆ ที่กำลังจะหันมารับประทานข้าวกล้อง มาดูวิธีการหุงข้าวกล้องให้อร่อยกันเลยค่ะ
วิธีหุงข้าวกล้อง
1. ใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้าขนาด 1.8 ลิตร ป้องกันข้าวที่หุงเวลาเดือดจะได้ไม่ล้นออกมา เนื่องจากข้าวกล้องใช้เวลาหุงนานกว่าปกติ หุงครั้งเดียวควรได้ทานหลายๆ มื้อ ต้องทำให้คุ้มค่าไฟ
2. ตวงข้าวประมาณ 4 ถ้วย ประมาณ 500 กรัม (ถ้วยพลาสติกที่แถมมากับหม้อหุงข้าวไฟฟ้า) นำข้าวกล้องมาล้างน้ำปกติ 1-2 ครั้ง จากนั้นเติมน้ำสะอาดลงไปประมาณ 2 เท่าของข้าว (น้ำ 8 ถ้วย)
3. กด switch on หุงข้าว จากนั้นรอจนข้าวเดือดประมาณ 8-10 นาที (หรือสังเกตุว่ามีไอน้ำพุ่งออกมาจากฝาหม้อ) ปิด switch หม้อหุงข้าว ดึงปลั๊กออก (แบบจำง่ายๆ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงตั้งแต่เปิด switch จนถึงเวลาดึงปลั๊กออก) ไม่ต้องรอจนหม้อหุงข้าวหุงจนข้าวสุก เพราะมันจะใช้เวลาอีกนานและกินไฟมาก ห้ามเปิดฝามาดูข้าว เราจะใช้ความร้อนที่มีอยู่อบข้าวไว้อย่างน้อยประมาณ 1 ชั่วโมง
4. เมื่อครบ 1 ชั่งโมงหรือจะนานกว่านั้นก็ไม่เป็นปัญหา ให้เปิดฝาออก เติมน้ำสะอาดลงไปอีกจนน้ำท่วมพอดีข้าว จากนั้นเสียบปลั๊กกด switch หุงข้าวต่อไปจน switch ของหม้อหุงข้าว off หรือเด้งขั้น ตอนนี้ข้าวสุกแล้ว ดึงปลั๊กออกอย่าเปิดฝาหม้อตอนนี้ รอไปอีกอย่างน้อย 15 นาที จะได้ข้าวนุ่มน่าทาน
วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2558
ลดน้ำหนักด้วยคาเฟอีน เรื่องจริงหรือหลอก
ลดน้ำหนักด้วยคาเฟอีน เรื่องจริงหรือหลอก |
สาวๆ หลายคนเสพติดสารคาเฟอีนที่มีในเครื่องดื่มอย่างชา กาแฟ น้ำอัดลม เพราะนอกจากจะช่วยให้สมองเกิดความกระชุ่มกระชวย ขจัดความอ่อนล้าแล้ว ยังมีความเชื่อกันว่าคาเฟอีนมีส่วนช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย
เหตุผลที่ช่วยลดน้ำหนัก
ทางการแพทย์มีการพิสูจน์พบว่า คาเฟอีนมีคุณสมบัติเป็น ‘เทอร์โมเจนีซีส’ (Thermogenesis) คือสารเร่งการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ทำให้ไขมันที่สะสมตามส่วนต่างๆ ถูกสลายเป็นพลังงานความร้อน สารกาเฟอีน ยังมีฤทธิ์เป็นสารขับปัสสาวะ เมื่อคุณจิบกาแฟจนหมดแก้ว จึงทำให้เกิดอาการอยากเข้าห้องน้ำ ซึ่งนั่นอาจเป็นเหตุให้น้ำหนักตัวลดลงชั่วคราว และด้วยเหตุนี้ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม จึงนำผลการศึกษาดังกล่าวมาโฆษณาว่า ดื่มกาแฟจะช่วยลดความอ้วนได้
ในความเป็นจริง
แม้ผลการวิจัยจะพบว่า คาเฟอีนทุกชนิด ช่วยป้องกันการสะสมไขมันในเซลล์ ทั้งช่วยลดความอยากอาหาร และเพิ่มระดับความร้อนในร่างกาย หากแต่คาเฟอีนสังเคราะห์ที่พบในเครื่องดื่มชูกำลัง และผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนักนั้น ไม่ได้มีสารต้านอนุมูลอิสระหรือที่มีชื่อว่า ‘กรดคลอโรจินิก’ (มักพบในเมล็ดกาแฟสดจากต้น ที่ยังไม่ผ่านการคั่ว) เช่นเดียวกับที่พบในคาเฟอีนธรรมชาติ ซึ่งได้จากกาแฟ ชาเชียว และชาธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม การบริโภคคาเฟอีนที่มากเกินไป ก็อาจส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว โดยเฉพาะการดื่มกาแฟ ซึ่งมีทั้งแคลอรีและไขมันสูง ตลอดจนการรับประทานขนมหวาน ที่มีส่วนผสมของโกโก้และช็อกโกแลต ซึ่งส่วนใหญ่มักมีคาเฟอีนผสมอยู่
ดื่มเท่าไหร่ไม่เป็นอันตราย
ทางองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) จึงได้กำหนดปริมาณคาเฟอีนที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพคือ ไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบได้กับการดื่มกาแฟไม่เกิน 3 ถ้วยต่อวัน และสำหรับสาวใดที่มีความเชื่อว่าการบริโภคกาแฟช่วยลดน้ำหนักได้นั้น อาจต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ โดยหันมาพึ่งพาวิถีธรรมชาติ งดแป้งและของหวาน หันมาบริโภคผักผลไม้ และออกกำลังกายให้มากขึ้น น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558
4. สูตรเด็ด กระชับรูขุมขนกว้าง! เผยผิวสวยของคุณสาวๆ ให้ดูมีออร่า
4. สูตรเด็ด กระชับรูขุมขนกว้าง! เผยผิวสวยของคุณสาวๆ ให้ดูมีออร่า |
สูตรมาสก์หน้ากระชับรูขุมขน สำหรับคุณสาว ๆ ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง วันนี้กระปุกดอทคอมมี 4 สูตรเด็ดกระชับรูขุมขนมาฝากกันค่ะ รับรองทำแล้วได้ผลชัวร์ ๆ จะมีสูตรอะไรบ้างนั้น ลองมาทำตามกันเลย
สูตรที่ 1 ส่วนผสมที่ใช้ แตงกวา และโยเกิร์ต (รสธรรมชาติ)
วิธีทำ นำแตงกวาที่ปอกเปลือกแล้วไปปั่นรวมกับโยเกิร์ต เมื่อเป็นเนื้อเดียวกันแล้วให้นำขึ้นมาพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วค่อยล้างออกให้สะอาด สูตรนี้จะนอกจากจะช่วยกระชับรูขุมขนแล้ว ยังจะช่วยทำให้หน้านุ่มขึ้นและดูสดใสมากขึ้นด้วย
สูตรที่ 2 ส่วนผสมที่ใช้ มะเขือเทศ และนมเปรี้ยว
วิธีทำ นำมะเขือเทศและนมเปรี้ยวมาปั่นรวมให้เป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อได้เนื้อครีมแล้วให้นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ล้างหน้าออกด้วยน้ำอุ่น สูตรนี้จะช่วยกระชับรูขุมขน และบำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้นได้
สูตรที่ 3 ส่วนผสมที่ใช้ แตงกวา, ไข่ไก่ (คัดเฉพาะไข่ขาว) และมะนาว (ใช้แค่ 1 เสี้ยว)
วิธีทำ นำแตงกวาไปปั่นรวมกับไข่ขาวและน้ำมะนาว เมื่อละเอียดแล้วให้นำขึ้นมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วค่อยล้างหน้าออกให้สะอาด สูตรนี้เหมาะสำหรับสาวผิวมัน เมื่อทำบ่อย ๆ จะช่วยลดความมันบนใบหน้า และกระชับรูขุมขนให้เล็กลงได้
สูตรที่ 4 ส่วนผสมที่ใช้ น้ำตาลทรายแดง และน้ำผึ้ง
วิธีทำ นำน้ำตาลทรายแดงและน้ำผึ้ง มาผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมานวดหน้าอย่างเบามือ เสร็จแล้วให้พอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที ล้างหน้าให้สะอาด สูตรนี้ถ้าทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หน้าจะเนียนขึ้น และรูขุมขนจะกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2558
วิธี 4 ง่ายๆกำจัดคราบกาวติดฝังแน่น
วิธี 4 ง่ายๆกำจัดคราบกาวติดฝังแน่น |
หลายคงเคยประสบกับปัญหาเมื่อแปะภาพ หรืออะไรก็ตามโดยใช้เทปกาวเหนียวๆ ติดลงบนกำแพงไว้เป็นเวลานาน จนกระทั่งตอนแกะออกก็มักจะเกิดรอย หรือคราบกาวติดฝังแน่น วันนี้เรามีวิธีง่ายๆ 4 วิธี มาฝากกันค่ะ
วิธีที่ 1 : ใช้ยาหม่องทาบริเวณที่ติดเทปกาว แล้วใช้มือถูไปเรื่อยๆ จนคราบเทปกาวก็จะหลุดลอกออกมาจนหมด
วิธีที่ 2 : ใช้นิ้วมือหรือยางลบเช็ดฉลากหรือสติ๊กเกอร์ดูก่อนว่าเหนียวมากไหม หากดูแล้วพอได้ก็ให้ใช้นิ้วหรือยางลบถู ๆ คราบกาวจนจับตัวเป็นก้อนกลม จากนั้นกำจัด คราบไคลเหล่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อย
วิธีที่ 3 : เทแอลกอฮอล์ลงบนผ้าสะอาดหรือกระดาษทิชชูหนาๆ แล้วนำไปพันรอบภาชนะ ทิ้งไว้สักครู่ จากนั้นใช้นิ้วถูบนคราบกาวเพื่อกำจัดคราบให้หลุดออกไป
วิธีที่ 4 : นำน้ำมันหรือครีมทาผิว ทาคราบเทปบนกำแพงให้ทั่ว ทิ้งไว้สักพัก แล้วใช้นิ้วถูบนคราบกาวเพื่อกำจัดคราบให้หลุดออกไป
วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2558
“ขมิ้น” ประโยชน์เยอะจนคาดไม่ถึง
“ขมิ้น” ประโยชน์เยอะจนคาดไม่ถึง

นักวิจัยได้คิดใช้วิธีแบบปฏิวัติ ทำยาใหม่ขึ้นจากขมิ้น เพื่อใช้ในการรักษาโรคมะเร็งเต้านมของคุณผู้หญิง
นักวิจัยของมหาวิทยาลัยหลุยส์วิลล์ที่อเมริกาได้นำเอาสารประกอบในขมิ้น ใช้ทดลองรักษามะเร็งในหนู และได้ผลปรากฏว่า มะเร็งได้หดตัวเล็กลงไป 1 ใน 3 และยังสามารถยับยั้งการแพร่การเติบโตของเชื่อมะเร็ง ระงับการลุกลามของเซลล์ที่ผิดปกติ พร้อมกันไปด้วย
ขณะนี้นักวิจัยได้ทำยาเป็นแคปซูล ยาว 2 มิลลิเมตร บรรจุตัวยาซึ่งทำจากสารประกอบในขมิ้น ปริมาณ 200 มิลลิกรัม ผลการทดลองปรากฏว่า แคปซูลยาสามารถลดขนาดของมะเร็ง และยับยั้งการลุกลามของมันเอาไว้ด้วย
นักวิจัยของมหาวิทยาลัยหลุยส์วิลล์ที่อเมริกาได้นำเอาสารประกอบในขมิ้น ใช้ทดลองรักษามะเร็งในหนู และได้ผลปรากฏว่า มะเร็งได้หดตัวเล็กลงไป 1 ใน 3 และยังสามารถยับยั้งการแพร่การเติบโตของเชื่อมะเร็ง ระงับการลุกลามของเซลล์ที่ผิดปกติ พร้อมกันไปด้วย
ขณะนี้นักวิจัยได้ทำยาเป็นแคปซูล ยาว 2 มิลลิเมตร บรรจุตัวยาซึ่งทำจากสารประกอบในขมิ้น ปริมาณ 200 มิลลิกรัม ผลการทดลองปรากฏว่า แคปซูลยาสามารถลดขนาดของมะเร็ง และยับยั้งการลุกลามของมันเอาไว้ด้วย
เคล็ดลับลดรอยตีนกา ง่ายๆ ด้วยวิธีธรรมชาติ ได้ผลเกินคาด
เคล็ดลับลดรอยตีนกา ง่ายๆ ด้วยวิธีธรรมชาติ ได้ผลเกินคาด |
รอยตีนกา (Crow's Feet) หรือ ริ้วรอยเหี่ยวย่น หลักฐานที่บ่งบอกถึงอายุของสาวๆ เป็นผลมาจากกระบวนการเสื่อมชราของร่างกาย ที่ถือเป็นปัญหาความงามที่สำคัญ มากที่สุดอีกอย่าง
สำหรับสาวๆที่กำลังมองหาวิธีจัดการปัญหาริ้วรอยบนใบหน้า เบ็ดเตล็ดไอเดียขอแนะนำสูตรลดรอยตีนกา ริ้วรอยเหี่ยวย่น รวมไปถึงปัญหาการตกกระ ด้วยวิธีธรรมชาติ ที่คุณก็สามารถทำเองได้ดังต่อไปนี้
สิ่งที่ต้องเตรียม
1. น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
2. น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
3. แป้งหมี่ 1 ช้อนโต๊ะ
4. ไข่แดง 1 ฟอง
วิธีทำ เพียงแค่นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมให้เข้ากัน จนได้เนื้อครีมที่พอดีกับการทาใบหน้า หากเหลวเกินใบให้ค่อยๆทยอยเติมแป้งหมี่ลงไปเล็กน้อยๆ
วิธีใช้ เมื่อได้แล้วก็นำส่วนผสมมาพอกให้ทั่วใบหน้า จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ภายใน 1 เดือนคุณจะเห็นได้ถึงความ แตกต่าง
สุดยอด!! วิธีขัดตาตุ่มให้หายดำ ด้วยวิธีที่คุณไม่อยากเชื่อกับผลที่ออก
สุดยอด!! วิธีขัดตาตุ่มให้หายดำ ด้วยวิธีที่คุณไม่อยากเชื่อกับผลที่ออก
ขาวเรียวสวยแต่ดัน ‘ตาตุ่มดำ’ นี่ก็น่าโมโหอยู่นะคะสาว ๆ วันนี้ Girsallaround ไปค้นสูตรเด็ดมาให้สาว ๆ แก้ปัญหาตาตุ่มดำหม่นหมองแล้วจร้าาา แถมยังเป็นสูตรจากธรรมชาติอีกด้วยนะ มาเริ่มกันเลยค่าา!!
1. กากกาแฟ + ขมิ้น + นมสด
1. กากกาแฟที่ใช้แล้วมา 2 ช้อนโต๊ะ
2. ผงขมิ้น 1 ช้อนโต๊ะ
3. นมสด 1/4 แก้ว
คนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน จากนั้นนำมาพอกที่ตาตุ่มทิ้งไว้ 1 นาที จากนั้นขัด ๆ ด้วยมือหรือฟองน้ำ หรืออื่น ๆ ก็ได้ค่ะ จากนั้นขัด ๆ เป็นวงกลมราว ๆ 5-10 นาทีแล้วล้างออก ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
2. มะนาว
นำมะนาวสด ผ่าครึ่งลูกเลยค่ะสาว ๆ จากนั้นนำมะนาวทั้งเปลือกนี่แหละ ขัด ๆ วน ๆ บริเวณตาตุ่มเลยค่ะ สัก 2-3 นาที จากนั้นล้างออก ทำบ่อยได้เท่าที่สาว ๆ ต้องการเลยค่ะ
3. น้ำตาลทรายแดง + นมสด
1. น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ
2. นมสด 1 ช้อนชา
คนให้เข้ากันแล้วนำมาขัดที่บริเวณตาตุ่ม เป็นเวลา 5 นาทีค่ะ ตัวเม็ดน้ำตาลจะช่วยขัดสิ่งสกปรกออกได้ ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
4. เกลือ + เบบี้ออยล์
1. เกลือเม็ดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
2. เบบี้ออยล์ 2 ช้อนชา
คนให้เข้ากันแล้วนำมาพอก และขัดที่ตาตุ่ม ประมาณ 3-5 นาที ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
5. น้ำมะขามเปียก + น้ำผึ้ง
1. น้ำมะขามเปียกละลายน้ำ
2. น้ำผึ้ง
ใช้ใยบวบหรือฟองน้ำในการขัดจะนิ่งเริ่ดเลยค่ะสาว ๆ แต่อย่าขัดแรงเกินนะคะ เดี๋ยวจะระคายเคืองเอาได้
วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2558
เลี่ยง 8 โรคร้ายง่ายๆ ด้วยกล้วย!!!
เราต่างรู้กันดีว่า “กล้วย” มีประโยชน์มากมายและหาง่ายตามท้องตลาดทั่วไป ราคาก็ไม่สูงมากที่สำหรัญมีประโยชน์มาก กล้วย จะทำให้ 8 โรคร้ายต่อไปนี้กลายเป็นเรื่องกล้วยๆ สมชื่อ ถ้ากินมันเป็นประจำ
1. โรคโลหิตจาง
กล้วยเป็นผลไม้ที่มีธาตุเหล็กสูงมาก และธาตุเหล็กนี่ล่ะที่จะไม่กระตุ้นการผลิตฮีโมโกลบินในเม็ดเลือด ช่วยให้คนที่เป็นโรคโลหิตจางกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม ..
2. โรคความดันโลหิตสูง
กล้วยได้ชื่อว่ามีโพแทสเซียมสูงที่สุดในบรรดาผลไม้ด้วยกัน จึงลดความดันได้ดีมากถึงขนาดที่องค์การอาหารของสหรัฐฯ โฆษณาให้ประชาชนที่เป็นโรคความดันทั้งหลายกินกล้วยให้มากๆ
3. โรคท้องผูก
ท้องผูกเป็นเงื่อนตายของคุณจะถ่ายง่ายระบายคล่อง ถ้าได้ทานเส้นใยอาหารจากกล้วยมาเป็นตัวช่วยในการขับถ่าย ใครว่าคนสวยต้องท้องผูก..ไม่จริง!
4. โรคซึมเศร้า
อาการซึมเศร้ามักเกิดจากสารเคมีในสมองไม่สมดุล แต่จากการวิจัยพบว่ากล้วยมีโปรตีนชื่อ ไทรโพโตแฟน ที่จะกระตุ้นให้สมองหลั่งฮอร์โมนเซโรโทนิน ซึ่งช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายออกมา คนที่กินกล้วยจึงอารมณ์ดีขึ้น เลิกซึมเศร้าเสียที
5. อาการเมาค้าง
กล้วยปั่นกับนมและน้ำผึ้งคือยาแก้เมาที่ได้ผลที่สุด เพราะคนเมากระเพาะจะปั่นป่วนกว่ายามปกติ กล้วยนี่ล่ะจะทำให้กระเพาะสงบลง ส่วนน้ำตาลจากน้ำผึ้งก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ ส่วนนมก็ปรับระดับของเหลวในร่างกายให้สมดุล คนเมาจึงรู้สึกสบายขึ้น
6. .โรคเสียดท้อง
กล้วยมีสารลดกรดตามธรรมชาติอยู่ ถ้าคนที่เป็นโรคเสียดท้องเพราะมีกรดเกินในกระเพาะได้กินกล้วยวันละผล จะรู้สึกได้เลยว่าท้องไส้เลิกร้องครวญครางเป็นปลิดทิ้ง
7. โรคลำไส้เป็นแผล
แม้แต่หมอก็ยังแนะนำคนไข้ที่เป็นแผลในกระเพาะให้ทานกล้วย เพราะเนื้อที่นุ่มนิ่มของมันไม่ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร และยังมีสรรพคุณเคลือบผนังลำไส้ ช่วยรักษาแผลให้หายได้เร็วขึ้นด้วย
8. เส้นเลือดฝอยแตก
วารสาร “The New England Journal of Medicine” ตีพิมพ์ผลการวิจัยว่าการกินกล้วยเป็นประจำ สามารถลดอันตรายที่เกิดกับเส้นโลหิตแตกได้ถึง 40%
วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2558
ดื่มน้ำอัดลม!!! เสี่ยงต่อการเป็นโรคอะไรบ้าง
ดื่มน้ำอัดลม!!! เสี่ยงต่อการเป็นโรคอะไรบ้าง
การดูแลรูปร่างและการกินเพื่อสุขภาพในทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ว่าถ้าคุณจะมีความมุ่งมั่นในการที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนัก หนึ่งในสิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับสิ่งมีชีวิตและสุขภาพที่ดีก็คือ น้ำตาลซึ่งสามารถพบได้ทั้งในอาหารและเครื่องดื่มแก้วโปรดของเรา ดังนั้นการเลิกดื่มจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด คุณสามารถเริ่มต้นง่ายๆด้วยการจำกัดปริมาณการดื่มเครื่องดื่มรสหวานทั้งของคุณและของสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัว เครื่องดื่มรสหวานอาจส่งผลเสียต่อเด็กมากที่สุดเนื่องจากพวกเขายังมีพัฒนาการและเจริญเติบโตดังนั้นพวกเค้าต้องการสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย พ่อแม่ต้องพยายามจำกัดปริมาณน้ำตาลเนื่องจากเครื่องดื่มสุดโปรดเกือบทั้งหมดของเด็กๆเหล่านี้ประกอบไปด้วยน้ำตาลจำนวนมาก เราสามารถจูงใจให้เลิกดื่มเครื่องดื่มรสหวานเหล่านั้นได้ง่ายๆโดยการใช้เหตุผล 4 ข้อดังต่อไปนี้
โรคขาดสารอาหาร
น้ำอัดลมไม่ได้ให้อะไรกับร่างกายของคุณเลย เป็นที่รู้กันดีว่าเครื่องดื่มประเภทนี้ส่วนใหญ่ทำมาจากน้ำตาลทรายขาวและน้ำกรอง
ที่สำคัญมันยังทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงซึ่งจะเป็นอันตรายอย่างมากโดยเฉพาะกับลูกน้อย
โรคอ้วนและโรคเบาหวาน
โรคอ้วนดูเหมือนเป็นโรคระบาดในหลายประเทศทั่วโลกแล้ว คนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยให้ความสนใจเรื่องส่วนผสมที่บรรจุอยู่ในน้ำอัดลมซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของพวกเขา ส่วนใหญ่เด็กๆเริ่มดื่มเครื่องดื่มรสหวานเร็วเกินไปจึงทำให้ประสบกับปัญหาน้ำหนักเกิน นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานและโรคอันตรายอื่นๆอีกมากมาย ทางแก้ไม่ยากเพียงคุณต้องหยุดซื้อเครื่องดื่มเหล่านั้นและหาตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพอย่างอื่นแทน
โรคฟัน
เราทุกคนรู้ดีว่าน้ำตาลไม่ดีกับฟันอย่างไร สิ่งที่คุณทำได้คือหยุดซื้อน้ำอัดลมให้เด็กๆ เพราะมันทำลายสารเคลือบฟันและก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับฟันอื่นๆตามมา
โรคสารพิษ
การทำความสะอาดร่างกายด้วยชาเขียวและเครื่องดื่มล้างพิษต่างๆจะไม่เห็นผลเท่ากับการเลิกดื่มเครื่องดื่มรสหวานเหล่านั้นทั้งหมด เนื่องจากสารให้ความหวานเทียมที่ทำจากสารเคมีต่างๆจะสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อร่างกาย คุณสามารถล้างสารพิษออกจากร่างกายด้วยการดื่มน้ำแร่สะอาดบริสุทธิ์แทนเครื่องดื่มรสหวาน
อย่าเอาสุขภาพของตัวเองมาเสี่ยงโดยการดื่มเครื่องดื่มรสหวานหลากหลายเลยค่ะ น้ำเปล่าเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ร่างกายต้องการเพื่อให้อวัยวะต่างๆทำงานอย่างเหมาะสมนะคะ
โรคขาดสารอาหาร
น้ำอัดลมไม่ได้ให้อะไรกับร่างกายของคุณเลย เป็นที่รู้กันดีว่าเครื่องดื่มประเภทนี้ส่วนใหญ่ทำมาจากน้ำตาลทรายขาวและน้ำกรอง
ที่สำคัญมันยังทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงซึ่งจะเป็นอันตรายอย่างมากโดยเฉพาะกับลูกน้อย
โรคอ้วนและโรคเบาหวาน
โรคอ้วนดูเหมือนเป็นโรคระบาดในหลายประเทศทั่วโลกแล้ว คนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยให้ความสนใจเรื่องส่วนผสมที่บรรจุอยู่ในน้ำอัดลมซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของพวกเขา ส่วนใหญ่เด็กๆเริ่มดื่มเครื่องดื่มรสหวานเร็วเกินไปจึงทำให้ประสบกับปัญหาน้ำหนักเกิน นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานและโรคอันตรายอื่นๆอีกมากมาย ทางแก้ไม่ยากเพียงคุณต้องหยุดซื้อเครื่องดื่มเหล่านั้นและหาตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพอย่างอื่นแทน
โรคฟัน
เราทุกคนรู้ดีว่าน้ำตาลไม่ดีกับฟันอย่างไร สิ่งที่คุณทำได้คือหยุดซื้อน้ำอัดลมให้เด็กๆ เพราะมันทำลายสารเคลือบฟันและก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับฟันอื่นๆตามมา
โรคสารพิษ
การทำความสะอาดร่างกายด้วยชาเขียวและเครื่องดื่มล้างพิษต่างๆจะไม่เห็นผลเท่ากับการเลิกดื่มเครื่องดื่มรสหวานเหล่านั้นทั้งหมด เนื่องจากสารให้ความหวานเทียมที่ทำจากสารเคมีต่างๆจะสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อร่างกาย คุณสามารถล้างสารพิษออกจากร่างกายด้วยการดื่มน้ำแร่สะอาดบริสุทธิ์แทนเครื่องดื่มรสหวาน
อย่าเอาสุขภาพของตัวเองมาเสี่ยงโดยการดื่มเครื่องดื่มรสหวานหลากหลายเลยค่ะ น้ำเปล่าเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ร่างกายต้องการเพื่อให้อวัยวะต่างๆทำงานอย่างเหมาะสมนะคะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)